วิธีเพิ่มพื้นที่ในการบันทึกเครื่อง DVR

วิธีเพิ่มพื้นที่ในการบันทึกเครื่อง DVR

หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของ กล้องวงจรปิด คือ การบันทึกภาพเหตุการณ์ย้อนหลัง  เพื่อสามารถเปิดดูได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และภาพดังกล่าวจะใช้เป็นหลักฐานได้ ซึ่งการจะเก็บบันทึกภาพเหตุการณ์ย้อนหลังได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับขนาดของ  Harddisk นั่นเอง

กล้องวงจรปิด

การทำให้ระบบสามารถบันทึกภาพได้นานขึ้น มีอยู่ด้วยกันหลายวิธีดังนี้

1.อย่างแรกเลย คือ เพิ่มขนาด  Harddisk สำหรับใครที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกติดตั้งระบบ อาจจะยังพอมีเวลาทันที่จะพิจารณาเพิ่มขนาด   Harddisk อย่างเช่น เดิมที่มากับเซ็ตที่ขายเป็น  Harddisk ขนาด 250 GB ก็ขอเพิ่มเป็น 320 GB หรือ 500 GB  หรือเบิ้ลเป็น 500 GB ทั้ง 2 ลูก จะได้เป็น 1000GB หรือ 1Terabyte หรือในรายที่ติดตั้งระบบ ก็สามารถเพิ่ม  Harddisk ด้วยตัวเองได้

  1. 2. การเปลี่ยน VDO compression format โดยปกติเครื่องบันทึกภาพจะมีฟังก์ชั่นให้เลือกว่าต้องการบันทึกแบบใด อาทิ การบันทึกเป็นแบบ frame หรือ บันทึกแบบ CIF
  2. 3. ลดความเร็วการบันทึก หรือ Recording Speed ปกติการบันทึกแบบ frame ในระบบ PAL จะต้องบันทึกด้วยอัตราเร็ว 25 เฟรมต่อวินาที จึงจะเห็นภาพเคลื่อนไหวราบรื่น  แต่เราสามารถลดความเร็วการบันทึกเฟรมลงได้ตามสเต็ปที่กำหนด ซึ่งจะให้ลดกันไปทีละครึ่ง เช่น จาก 25 ไปเป็น 12.5, 6.25 และ 3.12 เฟรมต่อวินาที เช่นเดียวกันในการบันทึกแบบ CIF ที่สามารถลดความเร็วลงได้  จาก 100 เป็น 50, 25, 12.5 เฟรมต่อวินาที  (อ้างจากเครื่องบันทึกภาพแบบ 4 chanels)

อย่างไรก็ตาม การลดความเร็วการบันทึกจะทำให้ไฟล์ภาพเหตุการณ์ลดขนาดลง แต่ผลคือ ภาพย้อนหลังจะเป็นภาพกระตุกๆ ยิ่งลดลงมากยิ่งกระตุกมาก เพราะใน 1 วินาที ระบบจะได้บันทึกภาพจำนวนเฟรมน้อยลง

  1. 4. อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ Harddisk บันทึกได้นานขึ้น คือ การลดคุณภาพของภาพเหตุการณ์ที่บันทึก หรือ Image Quality ซึ่งมีให้เลือกเป็น best, high, normal, basic คุณสามารถตั้งค่าคุณภาพตรงนี้ได้ ยิ่งลดมาก ก็ยิ่งช่วยลดขนาดไฟล์ภาพเหตุการณ์ แต่ก็จะได้ภาพเหตุการณ์มีคุณภาพด้อยลงด้วย
  2. 5. ตั้งค่า Motion Detection เครื่องบันทึกภาพรุ่นใหม่ๆ มีฟังก์ชั่นนี้กันแทบทุกยี่ห้อ ที่จริงนับว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยให้  Harddiskที่มีอยู่สามารถบันทึกได้นานขึ้น  เพราะวิธีอื่นที่กล่าวมาข้างบน (ยกเว้นวิธีแรกคือการเพิ่ม  Harddisk) ล้วนแต่ทำให้คุณภาพของภาพเหตุการณ์ที่ได้ด้อยลง แต่ก็เป็นหนทางที่ช่วยให้ใช้พื้นที่  Harddisk ที่มีอยู่ได้นานขึ้น

Motion Detection เป็นการตั้งค่าให้เครื่องบันทึกภาพ เมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องในบริเวณที่เรากำหนด หากไม่มีการเคลื่อนไหว ระบบก็จะไม่บันทึก ในการตั้งค่านี้สามารถเลือกเอาส่วนพื้นที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาออกไปได้ อาทิ บริเวณที่จับภาพใบไม้ที่เคลื่อนไหว เพราะลมพัดตลอด ทำให้ระบบไม่มองการเคลื่อนไหว และไม่ทำการบันทึกแม้จะมีการเคลื่อนไหวในบริเวณดังกล่าว  นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหว ยิ่งอ่อนไหวมากระบบก็จะตอบสนองมาก กล่าวคือ หากมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยระบบก็จะทำการบันทึก ดังนั้น วิธีนี้จะใช้ไม่ค่อยได้ผลกับสถานที่ติดตั้งกล้องที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ที่แนะนำมานี้ก็เป็นทางเลือกง่ายๆ ที่จะช่วยให้ใช้พื้นที่  Harddisk ที่มีอยู่ได้นานขึ้น โดยใช้คุณสมบัติในการทำงานของเครื่องบันทึกภาพเข้ามาช่วย  แต่ก็ควรเลือกให้เหมาะสม เพราะไม่เช่นนั้นก็จะทำให้ได้ภาพเหตุการณ์ย้อนหลังไม่ชัดเจน ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร

ตารางการเปรียบเทียบการบันทึก

(4CH)

Hard disk 500GB    = บันทึกได้ CIF= 25 วัน  /  บันทึก D1 =13  วัน

Hard disk 1000GB  = บันทึกได้ CIF= 50 วัน  /  บันทึก D1 =25  วัน

Hard disk 2000GB  = บันทึกได้ CIF= 100 วัน  /  บันทึก D1 =50 วัน

(8CH)

Hard disk 500GB  =   บันทึกได้ CIF= 13  วัน  /  บันทึก D1 =7   วัน

Hard disk 1000GB  = บันทึกได้ CIF= 25 วัน  /  บันทึก D1 =13  วัน

Hard disk 2000GB  = บันทึกได้ CIF= 50 วัน  /  บันทึก D1 =25  วัน

Hard disk 4000GB  = บันทึกได้ CIF= 100 วัน  / บันทึก D1 =50 วัน

(16CH)

Hard disk 500GB  =   บันทึกได้ CIF=  7  วัน  /  บันทึก D1 = 3   วัน

Hard disk 1000GB  = บันทึกได้ CIF= 13 วัน  /  บันทึก D1 =7   วัน

Hard disk 2000GB  = บันทึกได้ CIF= 25 วัน  /  บันทึก D1 =13 วัน

Hard disk 4000GB  = บันทึกได้ CIF= 50 วัน  / บันทึก  D1 =25 วัน

ระยะเวลาในการบันทึก ( +, – ) ไม่เกิน 5%

เปิด “สุขพอที่พ่อสอน” พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทที่เผยแพร่ผ่านแอปพลิเคชั่น

เปิด “สุขพอที่พ่อสอน” พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทที่เผยแพร่ผ่านแอปพลิเคชั่น

ทางสำนักราชเลขาธิการได้ร่วมกับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ องค์การมหาชน กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้อันเชิญพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทในรูปแบบคัดตัดตอน ให้สามารถเผยแพร่ได้ในแอปพลิเคชั่น “สุขพอที่พ่อสอน” โดยแบ่งเป็น 9 หมวดหมู่ นั่นคือ การศึกษา ความสามัคคี ความยุติธรรม  ประโยชน์ส่วนรวม ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การพัฒนาสังคม  การพอเพียง  ความสุข คุณธรรมจริยธรรม และความปรารถนาดี  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

โดยแอปพลิเคชั่นดังกล่าว ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้อัญเชิญพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทที่สำคัญมาเผยแพร่ให้สามารถ ใช้ได้ทั้งบน iOS และ Android

หากท่านใดที่ดาวน์โหลดแอปนี้มาไว้แล้ว เมื่อกดเข้าไปในหมวดหมู่ที่เราสนใจ ก็จะพบกับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราโชวาทที่พระองค์ท่านได้ทรงเคยพระราชทานไว้ ซึ่งได้ร้อยเรียงรวมอยู่ด้วยกันมากมาย และยังมีเมนูที่สามารถเปิดชมพระบรมฉายาลักษณ์ในอิริยาบถต่างๆ ร่วมทั้งภาพขณะเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจอื่นๆ พร้อมเลือกมาประกอบกับข้อความพระราชดำรัสเพื่อบันทึกเป็นรูปภาพสามารถเก็บไว้อ่านตามที่ท่านเห็นสมควร หรือแชร์ต่อไปยัง Facebook /  Email ได้อีกด้วย

สำหรับใครที่ชอบแชร์พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านก็สามารถแชร์ต่อพระ ราชดำรัสที่ยืนยันแล้วว่าถูกต้องจากแอปนี้ได้ ไปยัง Facebook และสามารถให้เพื่อนๆของเราได้อ่าน เพื่อน้อมนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปได้

สำหรับแอปพลิเคชั่นนี้ง่ายต่อการใช้งานอย่างมาก นั่นเพราะเมื่อเข้าใช้งานแล้วจะมีระบบสอน หรือ Tutorial เป็นคำแนะนำให้กับคนทั่วไปที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ท่านก็สามารถเข้าใช้ได้อย่างง่ายดาย ไม่มีอะไรซับซ้อน โดยผู้ใช้สามารถเลือกรับชมพระบรมฉายาลักษณ์ จากทางโปรแกรมที่ได้ติดตั้งไว้ ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ทั้งหมดจะได้รับการคัดเลือกมาแล้วเรียบร้อย จากสำนักงานราชเลขาธิการ ซึ่งผ่านการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติ

ในช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกของปวงชนชาวไทย ณ ขณะนี้ ลองใช้เวลากันสักนิด ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “สุขพอที่พ่อสอน” ซึ่งช่วยให้เกิดความอบอุ่นใจจากความรู้สึกที่ยังคงเสมือนว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชยังคงสถิตอยู่กับเรา ท่านไม่ได้จากไปไหน เพราะ“สุขพอที่พ่อสอน” นั่น ทำให้เรายังมีคำสอนของท่านอยู่เคียงข้างกายเราเสมอ และสามารถสืบสานและน้อมนำปฏิบัติตามคำสอนนี้ และนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต  เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ เกิดความสุขอันแท้จริงอย่างยั่งยืน “หากรักพ่ออย่างแท้จริง ก็ช่วยกันรักษาประเทศไทยของเราไว้ตลอดไป”

อาหารเช้าสำคัญยังไง

อาหารเช้าสำคัญยังไง

 %e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87

หลายคนคงเคยได้ยินว่า จงกินอาหารเช้าดั่งราชา อาหารกลางวันเช่นขุนนางและอาหารเย็นเช่นยาจก คำพูดนี้มีหลักวิทยาศาสตร์รองรับเอาไว้ด้วย  เพราะหลังจากที่ร่างกายของเราตื่นขึ้นมาในตอนเช้า   สิ่งแรกที่ร่างกายต้องการก็คือ ทรัพยากรที่จะนำมาย่อยให้กลายเป็นพลังงานสำหรับใช้ในการดำเนินชีวิต และทรัพยากรนั้นก็คือ  อาหารมื้อเช้า

อาหารเช้าที่เหมาะสมคือ อาหารที่มีไขมันต่ำ   และเน้นไปทางคาร์โบไฮเดรต   เพื่อให้ได้พลังงานพลังงานสูง  โดยที่ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมได้ง่ายและรวดเร็ว  เช่น ข้าวต้ม  ขนมปังโฮลวีต  การรับประทานอาหารเช้าจนได้พลังงานประมาณ 1 ใน 4 ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันจะทำให้ลดความต้องการกินจุบจิบหรือของกินเล่นระหว่างวันได้ และผู้ที่กินอาหารเช้านั้นจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุต่างๆดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีกว่า ทั้งยังมีคอเลสเตอรอลในเลือดชนิด LDL  ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายน้อยกว่าอีกด้วย

การรับประทานอาหารเช้าเป็นประจำจะส่งผลต่อระดับความเครียดของคนเรา ในกลุ่มที่รับประทานอาหารเช้าทุกวันจะมีเปอร์เซ็นต์ความเครียดระหว่างวันต่ำกว่าผู้ที่เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยท้องว่างๆ   และปล่อยให้น้ำย่อยกัดกินกระเพาะไปจนเที่ยง นั่นหมายความว่า ทำไมมื้อเช้าจึงเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด   หากคุณต้องการชะลอความแก่และมีอายุที่ยืนยาว เนื่องจาก

–  การรับประทานอาหารเช้า  ทำให้ร่างกายมีโอกาสรับผักและผลไม้เพิ่มขึ้น

–  อาหารเช้าที่อุดมด้วยคุณค่านั้นดีต่อสุขภาพ   ธัญพืชหรือซีเรียลทั้งหลายเป็นไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิดไม่ว่าจะเป็นกรดโฟลิกที่ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและมะเร็งลำไส้ได้  ข้าวต้มซ้อมมือร้อนๆสักถ้วยกับเครื่องเคียงก็ช่วยให้มีความสุขไปได้หลายชั่วโมงเช่นกัน และที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรักษาหุ่น  การงดอาหารเช้าถูกว่าเป็นการทำผิดพลาดอย่างมาก นั่งลงรับประทานอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์   ระดับน้ำตาลในเลือดที่คงที่   ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกหิวโหยจนกวาดทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าลงท้องในช่วงสาย และจะช่วยให้ขนาดรอบเอวลดลงได้อย่างน่าอัศจรรย์เชียวละ

–  หากไม่ค่อยมีเวลามากนักในตอนเช้า  แนะนำให้ทานซีเรียลสักชาม  (แค่เทซีเรียลใส่ชามแล้วเทนมตามลงไปก็เรียบร้อย)  หรือแอปเปิ้ลสักสองผลกับนมพร่องมันเนยอีกกล่อง  (เดินกัดไปด้วยยังได้)  หรือขนมปังโฮลวีทก็ได้  การรับประทานอาหารเช้าอ่อนๆ  ที่มีไขมันน้อย  และอุดมไปด้วยเส้นใยมากๆ  (ไฮ-ไฟเบอร์  higitibre)  เป็นผลดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคุณแน่นอน หากไม่เชื่อสามารถลองดูได้เลย

สาระน่ารู้ อาหารแมคโครไบโอติกส์

สาระน่ารู้ อาหารแมคโครไบโอติกส์

%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%84

หากใครที่กำลังหาอาหารสุขภาพ หรือ สูตรอาหารที่ทานแล้วให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่แล้วละก็ เรามีอาหารรูปแบบหนึ่งมานำเสนอคะ นั่นคือ วิถีสุขภาพแบบ  แมคโครไบโอติกส์  เป็นวิธีที่ยึดหลักการที่ว่า  อาหารคือ ยาที่ดีที่สุด ควบคู่ไปกับดูแลร่างกายด้วยการออกกำลังกาย และใช้ชีวิตเกี่ยวพันกับธรรมชาติ  จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจําวัน  อาหารในแบบแมคโครไบโอติกส์ เป็นอาหารที่เตรียมได้ง่าย  อร่อยและสดใหม่  นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่หลากหลายชวนรับประทาน โดยสามารถแบ่งสัดส่วนได้  ดังนี้

1 อาหารประเภทแป้งไม่ขัดขาว 50%  เช่น  ข้าวซ้อมมือ  ข้าวกล้อง  หรือขนมปังโฮลวีตที่เรามักหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสมัยนี้มีให้เลือกย่างหลากหลายแล้วนะคะ ใครที่สนใจไม่ต้องกลัวว่าจะลำบากในการหาเลย

2   ผัก  25  %  ไม่ว่าจะเป็นผักสดหรือผักสุก ก็สามารถนำมารับประทานได้ทั้งสิ้น  อาจจะเป็นผักจิ้มน้ำพริกก็ได้ สำหรับคนที่ชอบทานอะไรแซ่บๆ สลัดผักสดแต่ย้ำว่าห้ามใส่น้ำราดลงไปเยอะ ไม่อย่างงั้นอาจกลายเป็นตัวทำลายสุขภาพได้  หรือผัดผักโดยใช้น้ำมันแต่น้อย ก็ย่อมได้เช่นกัน

3 ธัญพืชและโปรตีนจากสัตว์ อาทิ งาสด  งาคั่ว  เมล็ดพืช  เมล็ดฟักทอง   เมล็ดแตงโม   ถั่ว  หรือผลิตภัณฑ์ จากถั่ว   เข่น  เต้าหู้  น้ำนมถั่วเหลือง  โปรตีนเกษตร  และโปรตีนจากสัตว์  โดยเฉพาะปลาและปลาทะเล  อาหารจำพวกนี้หลายคนรู้ข้อดีของมันกันอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวลเลย หากเราแนะนำให้ทานจำพวกนี้  รับรองว่ามีสารอาหารและคุณประโยชน์ครบถ้วนเลย

4  เบ็ดเตล็ด 20%  ตัวอย่างเช่น แกงต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นแกงจืด  แกงเลียง  หรือซุปมิโซสาหร่ายทะเล   ซึ่ง  สามารถนำไปใส่อาหารอื่นๆ ได้ด้วย  รวมถึงผลไม้ที่ควรจะเป็นผลไม้เขียว และไม่หวาน  เช่น  ฝรั่ง แอปเปิ้ล  เขียวก็ได้อีกเช่นกัน

สำหรับการรับประทานอาหารแบบแมคโครไบโอติกส์นี้   ควรงดเนื้อสัตว์  ประเภทเนื้อวัว  เนื้อหมู  ไก่    และของของหวานชนิดต่างๆ  เครื่องดื่มที่ผลิตจากน้ำตาล   รวมถึงงดการใส่น้ำตาลลงในอาหาร  งดอาหาร  รสมันหรือใช้น้ำมัน  งดการบริโภค  นม  เนย  กะทิ  แป้งขัดขาวทุกชนิด  ข้าวขาว  ก๋วยเตี๋ยว  และขนมจีน    เพราะไม่อย่างนั้น อาจเป็นการทำลายสุขภาพมากกว่ารักษาสุขภาพก็ได้

แต่ทั้งนี้ สิ่งที่ไม่ควรลืมนั้น คือการออกกำลังกานที่ควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่ว่าแม้คุณจะกินอาหารสุขภาพแล้ว แต่ก็ไม่ออกกำลังกาย แบบนี้ก็ไม่ได้ เพราะการมีสุขภาพที่ดีแบะยืนยาวจำเป็นต้องดูแลทั้งภายในและภายนอกทั้งสองอย่างควบคู่ไปด้วยกัน…ดั่งคำกล่าวที่ว่า สุขภาพที่ดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องลงมือทำด้วยตนเอง หากรู้เช่นนี้แล้ว ก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะคะ

การเตรียมตัวเช่ารถเชียงใหม่

การเตรียมตัวเช่ารถเชียงใหม่

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้มาเที่ยวที่เชียงใหม่ทั้งทีก็อาจจะต้องการความคุ้มโดยการตระเวนไปเที่ยวจังหวัดรอบๆ ให้ทั่ว เช่น ไปเชียงราย ซึ่งเป็นจังหวัดไกล้กันนี่เอง โดยใช้บริการรถเช่า แต่ติดปัญหาตรงที่ว่า รถเช่าทั่วไปจะต้องมีการคืนที่สาขาเดิมที่เราได้ทำการเช่ามา หรือถ้าบริษัทใหญ่ๆ หน่อยมีหลายสาขาตามจังหวัดต่างๆ ก็สะดวกหน่อยตรงที่คืนสาขาอื่นๆ ได้ แต่แล้วก็ยังคงมีปัญหาที่ติดตามมาในเรื่องของค่าใช้บริการในการคืนรถเช่าที่ต่างสาขา วันนี้เรา รถเช่าเชียงใหม่ จึงมีวิธีแนะนำการเช่ารถที่สามารถนำไปคืนต่างสาขาได้โดยไม่ต้องเสียค่าบริการในส่วนนี้

โดยถ้าเราจเช่ารถเชียงใหม่ แล้วไปคืนที่จังหวัดเชียงราย วันนี้ต้องขอแนะนำว่าเช่าที่ บริษัท เคราน์ คาร์เร้น จะดีมากเลยเพราะเจ้านี้มีหลายคนแนะนำมาว่าสามารถหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้ง่าย ดังนั้นสำหรับใครที่ต้องการหาที่เช่ารถเชียงใหม่ ก็หวังว่าหลายท่านคงประทับใจกัน

รถเช่าเชียงใหม่

สำหรับรถเช่าของบริษัท เคราน์ คาร์เร้น นั้น ก็ค่อนข้างเป็นที่พึงพอใจแก่ผู้ใช้บริการหลายท่าน เพราะว่าพนักงานค่อนข้างให้คำแนะนำและบริการที่ดี สภาพรถเช่าก็ยังดีทั้งภายนอกและภายใน เช่ารถและรับรถเช่าได้อย่างสะดวก สำหรับหลักฐานที่จำเป็นเลยในการเช่ารถที่ขาดไม่ได้ก็เป็น บัตรประชาชน ใบขับขี่ ซึ่งถ้าไม่มีเอกสารสองอย่างสำคัญนี้ก็ยากที่ทางบริษัทจะอนุญาติให้เราใช้บริการรถเช่าได้

สำหรับคำแนะนำในเรื่องการเช่ารถเชียงใหม่ อาจเป็นบริษัทท้องถิ่นที่ให้ราคาเช่าที่ถูกกว่า ตรงส่วนข้อมูลตรงนี้ท่านใดที่สนใจในการเช่ารถก็อาจต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมกันสักนิด แต่จากการดูความพึงพอใจและกระแสปากต่อปากแล้ว ก็อยากจะแนะนำบริษัท เคราน์ คาร์เร้น นี่แหละ เพราะสะดวกที่สุดแล้ว เชื่อถือได้ บริการครบครัน ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ หากท่านใดสนใจเรื่องการเปรียบเทียบราคาและบริการก็ลองหาได้ตามเว็บไซต์บริการเหล่านี้ได้เลย

หวังว่าท่านผู้อ่านคงจะได้ประโยชน์ในเรื่องของ รถเช่าเชียงใหม่ ที่สามารถคืนรถที่อื่นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกันแล้ว อย่างไรก็ตามให้ท่านลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งในอินเทอร์เน็ต และบุคคลในพื้นที่ดู เผื่อจะเจอบริการที่ดีกว่านี้ก็เป็นได้ ท่านใดที่กำลังจะวางแผนในการท่องเที่ยวก็ขอให้ท่องเที่ยวกันอย่างมีสติและสวัสดิภาพ

 

เผย 5 อาหาร ช่วยลดน้ำหนักแบบทันใจ

%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-5-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%89%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%9a

การรับประทาน อาหาร เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเรานั้นน้ำหนักเพิ่มและลดได้ ดังนั้นคนที่ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีจึงเลือกที่จะออกกำลังกาย ควบคุมปริมาณในการรับประทาน อาหาร แต่ละมื้อให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการรับประทาน อาหาร ที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจะเห็นได้จากคนในปัจจุบันนี้ที่หันมาใส่ใจสุขภาพ และเรื่องการดูแลรูปร่างกันมากขึ้น เพราะถือเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวเอง สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักขอแนะนำ 5 อาหาร ที่ช่วยลดน้ำหนักแบบทันใจมีดังต่อไปนี้

โยเกิร์ต

โยเกิร์ตเป็น อาหาร ประเภทหนึ่งที่มักรับประทานเปล่า หรือรับประทานร่วมกับผลไม้อย่างสตอเบอร์รี่ หรือกล้วย ซึ่งในโยเกิร์ตนั้นมีแลตโตบาซิลัสซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการขับถ่ายง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยเคลือบกระเพาะ อาหาร ทำให้รู้สึกสบายท้องอีกด้วย

นมเปรี้ยว

นมเปรี้ยวเป็น อาหาร ที่หลายคนเลือกรับประทานเพื่อช่วยกระตุ้นการขับถ่าย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาท้องผูก หรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแบบรวดเร็วทันใจ โดยแนะนำให้รับประทานการมื้อเช้าในช่วงเวลาท้องว่าง โดยรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

นมสด

นมสดเป็น อาหาร ที่นอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยให้นอนหลับง่ายแล้ว ยังช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย เพราะนมสดนั้นมีโปรตีนสูงทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม และลดความอยากอาหารลง จึงทำให้ในแต่ละมื้อนั้นรับประทาน อาหาร ได้น้อยลง ส่งผลทำให้การควบคุมน้ำหนักได้ผลรวดเร็วขึ้น

น้ำเต้าหู้

น้ำเต้าหู้เป็นอีกหนึ่ง อาหาร ที่หลายคนชื่นชอบ แต่สำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนักควรจะต้องไม่ใส่เครื่อง ไม่ใส่น้ำหนัก เพราะอาจจะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้ เพราะด้วยไขมันและปริมาณน้ำตาลที่ได้จากการรับประทานน้ำเต้าหู้ โดยแนะนำให้รับประทานในมื้อเช้าและมื้อเย็น

น้ำผลไม้

น้ำผลไม้เป็น อาหาร ลดน้ำหนักที่ช่วยกระตุ้นในการขับถ่าย และช่วยในระบบย่อย อาหาร อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรงด้วย โดยผลไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักนั้นมีแอปเปิ้ล มะนาว ผลไม้รสเปรี้ยวที่วิตามินสูง ส่วนน้ำผักก็อย่างน้ำมะเขือเทศ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้วยังส่งผลทำให้มีผิวที่สวยอีกด้วย

การลดน้ำหนักควรเริ่มจากการรับประทาน อาหาร ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ทันใจ และได้ผลมาก ซึ่ง อาหาร ที่แนะนำนั่นก็คือโยเกิร์ต นมเปรี้ยว นมสด น้ำเต้าหู้ และน้ำผลไม้ ซึ่งอันดับแรกคือมีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะช่วยกระตุ้นในการขับถ่าย และมีสาร อาหาร ที่จำเป็นต่อร่างกายช่วยให้น้ำหนักลดลงได้เร็วและง่ายขึ้นด้วย แต่ก็ควรทำไปพร้อมๆ กับการออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานยาลดน้ำหนักด้วยเพราะส่งผลเสียต่อร่างกายและน้ำหนักลงยากขึ้นด้วย

คะน้าปลาเค็มผัดซอสหม่าหล่า

เมนูใหม่ สด ร้อน แรง มาอีกแล้ว เสนอเมนูคะน้าปลาเค็มผัดซอสหม่าหล่า ด้วยความที่เป็นคนชอบทานคะน้าปลาเค็มเลยลองนำคะน้าปลาเค็มมาผัดใส่ซอสหม่าหล่าดู ออกมาอร่อยมาก ก็เลยอยากนำสูตรเมนูคะน้าปลาเค็มผัดซอสหม่าหล่า มาแนะนำเผื่อมีใครอยากลองทำทานบ้างค่ะ

วัตถุดิบที่ต้องใช้ในกาทำคะน้าปลาเค็มผัดซอสหม่าหล่า

1.เตรียมเนื้อปลาเค็มจำนวน 50 กรัม  (ปรับเพิ่มหรือลดตามความเค็มของปลา)

2.เตรียมผักคะน้าจำนวน 4 – 6 ต้น

3.เตรียมกระเทียมสับจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

4.เตรียมพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียงจำนวน 1/2 ถ้วยตวง

5.เตรียมน้ำปลาจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ (ถ้าปลาเค็มมากอาจไม่ต้องใส่ก็ได้)

6.เตรียมซิอิ๊วขาวจำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

7.เตรียมซอสหอยนางรมจำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

8.เตรียมน้ำตาลจำนวน 1 ช้อนชา

9.เตรียมน้ำมันพืช

10.เตรียมซอสหม่าหล่า  ผงหม่าหล่า (ให้โรยนิดหน่อยบนอาหารก่อนเสริฟ)

วิธีการทำคะน้าปลาเค็มผัดซอสหม่าหล่าทีละขั้นตอน

  1. ให้ล้างผักคะน้าให้สะอาด เด็ดใบแก่ๆออก หั่นแฉลบเป็นชิ้นๆ ถ้าก้านคะน้าใหญ่มากๆก็หั่นครึ่งก่อนที่จะหั่นแฉลบ
  2. ให้ใส่น้ำมันลงไปในกระทะและนำไปตั้งบนไฟที่มีความร้อนปานกลาง จากนั้นนำปลาเค็มลงไปทอดจนกว่าจะสุก
  3. เมื่อเนื้อปลาเค็มสุกดีแล้ว ให้ใส่กระเทียมผัดพอเหลืองหอมๆ จากนั้นก็ใส่ผักคะน้าและพริกชี้ฟ้าลงไปผัดต่อให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา, ซิอิ๊วขาว, ซ๊อสหอยนางรม ซอสหม่าหล่า และน้ำตาล เร่งไฟแรงขึ้นใส่น้ำเปล่าลงไปนิดหน่อย ผัดอย่างรวดเร็วคลุกเคล้าให้เข้ากันจนผักสุกดีแล้วปิดไฟ (ให้ระวังรสเค็มเกินไป ถ้าปลาเค็มมาก น้ำปลา, ซิอิ๊วขาวและซ๊อสหอยนางรมอาจปรับลดได้หรือใส่เฉพาะซอสหม่าหล่าก็ได้ เพื่อรสชาตที่กลมกล่อม)
  4. ตักใส่จาน จัดจานอย่างสวยงามโรยหน้าด้วยผงหม่าหล่านิดหน่อย เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

เป็นเสร็จสิ้นสำหรับเมนูคะน้าปลาเค็มผัดซอสหม่าหล่า พิมพ์ไปน้ำลายไหลไป ต้องขอตัวไปทำเมนูคะน้าปลาเค็มผัดซอสหม่าหล่าทานก่อนนะคะ  วันหลังจะมานำเสนอเมนูใหม่ค่ะ วันของตัวก่อนนะคะ  อยากทานแล้ว

ตำซั่วซอสหม่าหล่า

ตำซั่วซอสหม่าหล่านั้นคงเป็นเมนูจานโปรดของใครหลายๆ ท่านแน่นอน  สำหรับท่านที่ชอบทานตำซั่วเป็นประจำ วันเรามีสูตรเด็ดให้มาปรับเมนูตำซั่วให้มีความอะร่อยและแซ่บ น่าทานมากยิ่งขึ้นด้วยการเติ่มซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่าลงไปแล้วคลุกเคล่าให้เข้ากัน พูดถึงแล้วน้ำไหลเยิ้มเลย มาลองกันเลยค่ะ

ส่วนผสมและสัดส่วนในการทำตำซั่วซอสหม่าหล่า

1.เตรียมมะละกอ

2.เตรียมพริกขี้หนูหรือพริกแห้ง

3.เตรียมเตกระเทียม

4.เตรียมปูเค็ม

5.เตรียมเส้นขนมจีน

6.เตรียมปลาร้าต้มสุก

7.เตรียมมะเขือเทศ

8.เตรียมมะนาว

9.เตรียมน้ำมะขามเปียก

10.เตรียมน้ำตาลปี๊บ (ถ้าชอบหวาน)

11.เตรียมซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่า

วิธีการปรุงตำซั่วซอสหม่าหล่า

  1. ให้นำพริกขี้หนูหรือพริกแห้ง กระเทียม โขลกให้เข้ากันพอแหลก และหั่นมะเขือเทศใส่ลงไป ใส่ตามด้วยปูเค็ม และน้ำปลาร้าต้มสุก คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  2. ให้ใส่มะละกอลงไปคลุกให้เข้ากัน ใส่เส้นขนมจีนคลุกให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย มะนาว และน้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากัน

3ใส่ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่า คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ปรุงเพิ่มตามต้องกัน คลุกเคล้าให้เข้ากัน

เมนูตำซั่วซอสหม่าหล่าแซ่บม๊ากมาก แค่พูดถึงก็อยากทานแล้ว คอส้มตำทั้งหลายลองไปทำทานกันดูนะคะ รับรองว่าติดใจ ต้องมาทำทานซ้ำอีกแป็นอย่างแน่ค่ะ

ผัดเผ็ดหมูป่าซอสหม่าหล่า

วันนี้จะนำเสนอเมนูใหม่ เผ็ด ร้อน แซ่บ สำหรับคนชอบทานเผ็ดนะคะ นั่นก็คือ ผัดเผ็ดหมูป่าซอสหม่าหล่า วิธีทำก็คล้ายผัดเผ็ดหมูป่านั่นแหละค๊า  แต่เพื่อความแซ่บที่มากขึ้นเราต้องเติมซอสหม่าหล่าด้วยนะคะ มาดูเลยค่ะ ส่วนผสมมีอะไรบ้าง?

ส่วนผสมสำหรับการทำผัดเผ็ดหมูป่า

1.เนื้อหมูป่าให้หั่นเป็นชิ้นชิ้นพอคำจำนวน 1 ถ้วย

2.พริกแกงเผ็ดจำนวน 1 ช้อนโต้ะ

3.พริกสดบดจำนวน 1 ช้อนโต้ะ

4.พริกไทยอ่อนจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

5.น้ำซุปจำนวน 3 ช้อนโต้ะ

4.กระชายหั่นฝอยจำนวน 3 ช้อนโต้ะ

5.พริกสดหั่นเฉียงจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

6.ใบโหระพาจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

7.น้ำปลาจำนวน 2 ช้อนโต้ะ

8.น้ำตาลจำนวน 1 ช้อนโต้ะ

9.น้ำมันพืชจำนวน 3 ช้อนโต้ะ

10.ใบมะกรูดหั่นฝอยจำนวน 1 ช้อนโต้ะ

11.ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหม่า  จำนวนตามความเข้มข้นที่ต้องการ

วิธีทำการผัดเผ็ดหมูป่า

  1. ให้ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นให้นำเนื้อหมูป่าลงไปผัดให้สุก แล้วให้นำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดต่อให้สุกและผัดให้เข้ากัน
  2. จากนั้นให้เติมน้ำซุปลงไปปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล
  3. จากนั้นให้ใส่ พริก พริกไทยอ่อน ใบกระชาย ใบโหระพา และใบมะกรูด และก็ผัดต่ออีกให้เข้ากันจนสุก

4.เติมซอสหม่า ผงหม่าหล่าตามความต้องการ ซิมและเติมเครื่องปรุงต่างๆตามรสชาติที่ต้องการ เสริฟใส่จาน จัดจานให้สวยงาม พร้อมรับประทาน

สำหรับเมนูผัดเผ็ดหมูป่าซอสหม่าหล่าก็ทำง่ายๆเพียงเท่านี้ค่ะ  รสชาติอร่อยและแซ่บได้ใจมากค่ะ ลองเอาสูตรไปทำทานกันดูนะคะ ในวันว่างๆ วันครอบครัว หรือวันหยุดนะคะ ทำให้คนในครอบครัวทานกันนะคะ